วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2563

กรี๊ด! รัสเซียโคโรนาระบาดหนัก วันเดียวพบเพิ่ม 5,849 คน ยอดรวมเฉียด 70,000


เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัสเซียเผยวันนี้ (24 เม.ย.) ว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) จำนวน 5,849 คน ตลอด 24 ชั่วโมงก่อนหน้า ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นพุ่งพรวดจากหลายวันก่อน ที่ส่งสัญญาณว่าการแพร่ระบาดในรัสเซียอาจไม่ได้ชะลอลง
การเพิ่มขึ้นนี้ ถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันที่สูงที่สุดวันหนึ่งตั้งแต่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เริ่มแพร่ระบาด ทั้งยังทำให้จำนวนสะสมของผู้ติดเชื้อในประเทศนี้ มาอยู่ที่ 68,622 คนแล้ว โดยเกือบครึ่งอยู่ในกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย
ส่วนเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) หัวหน้าแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมอสโก เผยว่า แผนกฉุกเฉินต้องทำงานอย่างหนักหน่วงและได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากคลื่นผู้ป่วยที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ไม่ใช่แค่นั้น การระบาดที่แต่เดิมกระจุกตัวอยู่ในกรุงมอสโกเป็นหลัก เริ่มแพร่ออกไปยังจังหวัดและพื้นที่อื่นๆ แล้ว จึงคาดว่าหลักจากนี้ จะได้เห็นจำนวนผู้ติดเชื้อในรัสเซียสูงขึ้นกว่านี้

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2563

ชาวโลกไม่พอใจ ทรัมป์ หลังประกาศตัดงบ องค์การอนามัยโลก


ประชากร ชาวโลกไม่พอใจ ได้ออกพากันออกมาตำหนิ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่ประกาศเมื่อวานนี้ว่าจะระงับเงินบริจาคที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้กับองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า การตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ อาจสร้างผลเสียใหญ่หลวงต่อความพยายามต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก
ทรัมป์ กล่าวว่า ตนและคณะทำงานได้พิจารณาระงับเงินอุดหนุนองค์การอนามัยโลก สืบเนื่องจากบทบาทของอนามัยโลกที่บริหารจัดการผิดพลาดและปกปิดข้อมูลการแพร่ระบาดของโควิด-19
สหภาพยุโรป กล่าวว่า ทรัมป์ไม่มีเหตุผลที่ต้องระงับเงินอุดหนุนที่ให้กับ WHO ในช่วงเวลาวิกฤิที่ต้องการความร่วมมือและเป็นเอกภาพ ไม่ใช่ความแตกแยก โดยหัวหน้าด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป โจเซพ บอร์แรล กล่าวว่า อียูเสียใจอย่างยิ่งต่อข่าวนี้ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ WHO ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดเพื่อเอาชนะโคโรนาไวรัสที่ไม่สนใจเส้นแบ่งพรมแดน
ส่วนโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนเป็นกังวลอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย สก็อตต์ มอร์ริสัน กล่าวว่าตนเสียใจต่อคำวิจารณ์ของทรัมป์ที่มีต่อ WHO และจีน พร้อมยืนยันว่าออสเตรเลียจะยังให้เงินสนับสนุน WHO ต่อไป
ผู้นำสหรัฐฯ ถูกตั้งคำถามถึงการรับมือการระบาดของโควิด-19 ในประเทศที่ไม่เพียงพอและเพิกเฉยต่อคำเตือนจากคณะทำงานในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 โดยผู้นำสหรัฐฯ มักกล่าวโทษหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะองค์การอนามัยโลกและสื่อมวลชนแทน
บรรดาผู้เชี่ยวชาญมักตั้งคำถามเกี่ยวกับการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่แท้จริงในประเทศจีน โดยบอกว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำเกินไปและไม่น่าเชื่อถือ ขณะที่การตรวจสอบที่จัดทำโดยสำนักข่าว Associated Press พบว่า มีเวลาล่าช้าไป 6 วัน ระหว่างวันที่เจ้าหน้าที่จีนทราบเกี่ยวกับโคโรนาไวรัส และวันที่เริ่มมีการเตือนประชาชน ซึ่งระยะเวลา 6 วันดังกล่าวนำไปสู่การระบาดใหญ่ของโควิด-19 จนยากควบคุมในเวลาต่อมา


วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2563

WHO เปิดเผย การพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 อยู่ 70 ตัวจากทั่วโลก


องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เปิดเผย ตอนนี้ได้มีการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อยู่ทั่วโลกถึง 70 ตัว การทดสอบวัคซีนนั้นได้ทดสอบกับมนุษย์ 3 ตัว ได้แก่
1.วัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทยาแคนซิโนไบโอโลจิกส์ในฮ่องกงร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพแห่งปักกิ่ง
2.ยารักษาที่พัฒนาโดยบริษัทยาโมเดอร์นา
3.โดยบริษัทอิโนวิโอฟามาซูติคอลส์ของสหรัฐฯ
แคนซินา เพิ่งได้รับอนุญาตจากจีน ให้เริ่มทดสอบการใช้วัคซีนกับมนุษย์ และโมเดอร์นาก็ได้รับอนุญาตให้ข้ามขั้นตอนที่ยาวนาน ของการทดลองวัคซีนกับสัตว์ไปสู่การทดลองกับมนุษย์
การคิดค้นวัคซีนจะต้องใช้เวลาประมาณ 12-18 เดือน มาเรียน เวนต์เวิร์ธ ประธานและซีอีโอของ วิทยาศาสตร์การจัดการเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า การคาดการณ์เวลาที่จะพัฒนาวัคซีนได้ขึ้นอยู่กับการนิยาม การมีวัคซีน หากหมายถึงมีวัคซีนที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ อาจเป็นภายใน 12-18 เดือน
วัคซีนที่พัฒนาขึ้นในห้องแล็บจะต้องนำไปทดลองกับสัตว์ก่อน หากปลอดภัยและดูจะมีประสิทธิภาพดี แล้วจึงค่อยไปทดลองกับมนุษย์ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส และในแต่ละเฟสก็จะใช้เวลานานขึ้นเรื่อยๆ
  • เฟสแรก เริ่มทดลองกับคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีร่างกายแข็งแรง เพื่อสังเกตว่าวัคซีนนี้ปลอดภัยหรือไม่ และมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง
  • ส่วนอีก 2 เฟสจะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีน และในช่วงที่มีการระบาดเช่นนี้ วัคซีนเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในจุดที่มีผู้ติดเชื้อเยอะ ซึ่งในช่วงนี้เอง จะมีการเพิ่มความสามารถในการผลิตวัคซีนที่อาจผ่านการทดสอบแล้ว เพื่อให้โรงงานสามารถผลิตวัคซีนออกมาจำนวนมากทันทีที่หน่วยงานกำกับดูแลยาออกใบอนุญาตให้จำหน่ายได้